"ระบบฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ"

ต่อยอดพอดีทางมหาลัยผมกำลังจะจัดทำระบบสาระสนเทศของโรงพยาบาลอะครับ กำลังวุ่นวายเลยครับ อ่านข่าวเสร็จ ก็เลยมีความคิดดีบังเกิดขึ้นมาทันทีอะครับเกี่ยวที่จริงแล้วแล้วในวงการสาธารณะสุขไทยก็เหมือนราชการทั่วไปที่ระบบจะแยกย่อยกันไปเป็นหน่วยงานย่อย โรงพยาบาลนี้มีระบบอย่างนี้ ไปอีกโรงพยาบาลกลับเป็นอีกแบบ ที่จริงในด้านการเก็บข้อมูลผมว่าไอทีปัจจุบันมีความเที่ยงตรงมากขึ้นมากไม่ว่าจะด้านความปลอดภัยของข้อมูลก็ได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวางเป้นไปได้ใหมประเทศไทยจะมีระบบสาระสนเทศแบบรวมซึ่งเรียกให้ดุดีหน่อยคือ “ระบบฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ” ผมเห็นอกเห็นใจคนใข้บางคนย้ายมารักษาที่โรงพยาบาล อาจจะมาจากโรงพยาบาลชุมชนหรือ ต่างจังหวัดเป็นปัญหามากๆๆว่าเวลาจะถามคนใข้ว่าทานยาอะไรมาบ้างคือคนใข้บอกได้เคราๆๆแล้วมาพร้อมกับถุงยาเบอเรอเลยเยอะจริงอย่างคนใข้โรคไตนี้กินที่เป็นกำเลยจริง เอาละครับปัญหามันเกิดแล้วละครับฉลากยาบางตัวก็หล่นหาย คนให้ก็บอกอะไรไม่ได้ แต่ถ้าเรามี “ระบบฐานข้อมูลสุขภาพแห่งชาติ” เกิดขึ้นใช้ระบบสารสนเทศระบบเดียวหรือใช้เพียงฐานข้อมูลอันเดียวกันขึ้นมาอย่างผมป่วยอยู่เชียงรายเพื่อไปเที่ยวแล้วบ้าอยู่สุรินทร์อย่างนี้แทนที่จะให้ญาติตีรถมาเอาประวัติเก่าที่โรงพยาบาลที่สุรินทร์เสียค่าใช้จ่ายประมานสัก 2000 บาท ใช้เวลา2วัน กับดึงฐานข้อมูลแห่งชาติเลย 30 วินาที มันต่างกันมานะ แล้วในกรณีเร่งด่วนอีกพบคนใข้สลบอยู่อย่างนี้ไม่ทราบว่าเป็นอะไรเปิดเห็นแต่บัตรประชาชนก็กดคอมปับเอ๋มีประวัติเดิมเป็นโรคหัวใจนะสรุปได้เคร่าๆๆเลยว่าเป็นโรคหัวใจการช้วยหลือมันทันท่วงทีแต่ลองคิดดูดิไม่มีข้อมูลอะไรเลยเอ๋ เป็นจากน้ำตาลต่ำหรือเปล่า หรือเป็นลมเฉยๆๆ ๆลๆ  มันยากนะที่จะวินิจฉัยมั่วไปผิดอีกยุ่งกันใหญ่ เอาเข้าเรื่องดีกว่าที่มหาลัยผมตั้งงบ 100 ล้านในการทำเรื่องนี้ดูมาพอควรทั้งซอฟแวร์ ฮาร์ทแวร์นะยังเยอะอยู่ดีแต่ถ้ารวมทั้งประเทศมันจะเยอะแค่ใหนปัญหาจากที่กล่าวข้างตนอีคือมันเชื่อมต่อกันไม่ได้ในแต่ละโรงพยาบาล เป็นไปได้ใหมรัฐบาลตั้ง Server เองเลยจัดเก็บฐานข้อมูลสุขภาพให้โรงพยาบาลดึงข้อมูลไปใช้ระบบต่างๆๆๆมันก็เข้าที่เข้าทางจะอยู่ที่ใหนภายในประเทศไทยก็ดึงมาใช้ได้เดียวนี้ระบบไอทีเราก็เร็วนะผมว่าลดต้นทุนของประเทศไปได้เยอะเลยครับ

ใส่ความเห็น